เที่ยวเขาค้อ 2วัน 1คืน

เขาค้อ(ฉบับกางเต๊นนอนไปรษณีย์) ด้วยงบเพียง 2,330บ.†เขาค้อ(ฉบับกางเต๊นนอนไปรษณีย์) ด้วยงบเพียง 2,330บ.

ตื่นตี3 ขับรถไปเขาค้อ…เพชรบูรณ์

เขาค้อ(ฉบับกางเต๊นนอนไปรษณีย์) ด้วยงบเพียง 2,330บ. ไปกัน2คน คนละ 1,165บ.เอ๊งงงง ด้วยเวลาเพียง2วัน แต่ได้เที่ยวเต็มอิ่มไป2เดือน มาดูกันว่าเราไปที่ไหนกันบ้าง และใช้เวลากับค่าใช้จ่ายเพียงเท่าไรกัน

มาครั้งนี้คือตั้งใจให้เป็นทริปกางเต๊นนอนดูดาว และตื่นมาสูดไอหมอกตอนเช้า ซึ่งนอกจากจะต้องวางแผนให้ดีกับเวลาที่มีจำกัดแล้ว ยังต้องสวดมนต์ภาวนาให้ไม่เจอฝน และตื่นมาเจอหมอกอีกด้วย 😆

ไปชาร์จพลังเพื่อที่จะพร้อมจะสู้กับงานในวันจันทร์อย่างเต็มที่ ชีวิตได้เจออะไรใหม่ๆ ได้พบกับสิ่งใหม่ๆ ก็มั่นใจได้ว่าไม่ขาดทุนแล้ว สู้ต่อไปหากยังไม่ถึงเป้าหมาย ค้นหาเป้าหมายใหม่หากยังมีแรง ออกเดินทางหากยังมีฝัน ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเพจ Long Journey เราจะ Long Together กัน

ภาพถ่าย ณ เขาค้อ



1. ทุ่งกังหันลมเขาค้อ 

ทุ่งกังหันลมเขาค้อ 

สถานที่แรกที่มาถึงก็คือ ทุ่งกังหันลมเขาค้อ 

หลังจากที่ขับรถมาจากกรุงเทพถึงเขาค้อ ที่แรกที่ได้มาก็คือทุ่งกังหันลม เป็นกังหันลมผลิตไฟฟ้าพลังงานสะอาดไว้ใช้งาน ถือว่าเป็นทุ่งกันหันที่สวยที่สุดในไทยเลยก็ว่าได้ แน่นอนว่าที่นี่ได้ถูกคำนวณมาแล้วว่าลมพัดดีที่สุดที่จะติดตั้งกังหันผลิตไฟฟ้าไว้ใช้ ก็แปลว่า เราก็จะได้รับอากาศดีๆ บนภูเขาสูงแบบนี้ด้วยเช่นกัน

ณ บริเวณทุ่งกันหันลมก็จะมีที่ท่องเที่ยวธรรมชาติต่างๆ เช่นไร่องุ่น ไร่สตอเบอรี่ ร้านกาแฟ และคาเฟ่ต่างๆบริเวณนี้ รวมถึงที่นี่ด้วย กระท่อมกาแฟ ซึ่งกาแฟหอมอร่อยและราคาถูกมาก โดยจะมีบริการรถรับส่งซึ่งค่ารถก็คนละ60บ. เที่ยวได้ทุกที่ในทุ่งกังหันลมเลย

KING KONG Cafe’

อีกร้านที่เป็นทีเด็ดของที่นี่คือ KINGKONG CAFE’ ร้านบนเขาวิวสวย ที่ถ่ายรูปออกมาจะเห็นวิวถนนที่เราเดินทางมาซึ่งเป็นมุมที่สวยมาก

หลังจากพักที่นี่แล้วก็เดินทางไปวัดกันต่อ 
สรุปค่าใช้จ่าย (60+50)x2คน = 220บ.




2.วัดผาซ่อนแก้ว 

วัดผาซ่อนแก้วหรือวัดพระธาตุเขาแก้วนี้เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คชื่อดังแห่งใหม่ของเมืองเพชรบูรณ์ ด้วยพุทธศิลป์ที่สวยงามขององค์พระพุทธรูปพระพุทธเจ้าห้าพระองค์ที่ตั้งสง่าอยู่บนเทือกเขาและทะเลหมอก ทำให้ผู้คนที่ศรัทธาหลั่งไหลเข้ามากราบไหว้ขอพรที่วัดมากขึ้นทุกๆปี ได้มาเที่ยวทักทีได้มาไหว้พระและดูหมอกไปด้วย มันเป็นอะไรที่คุ้มมาก

บริเวณท้ายวัดยังมีร้านอาหารที่มีทั้งข้างราดแกงและอาหารตามสั่งที่ราคาถูกไม่ถึงร้อย แต่ได้วิวหลักล้านกลับไปอีกด้วย



3.Pino Latte’

Pino Latte’ เป็นร้านที่จะพลาดไม่ได้เลยกับคนที่ตะมาเที่ยวเขาค้อ เพราะร้านนี้วิวดีที่สุด ซึ่งเดินทางมาต่อจากวัดผาซ่อนแก้วเพียง1.3k.m. โดยทางขึ้นมาจะมีความชันพอสมควร เลยทำให้ที่ตั้งของร้านอยู่สูงและวิวสวยที่สุดเลย

เมนูกาแฟ Pino Latte’ อร่อยหอมมาก ราคา 85บ.
ชาเขียวมัชชะปั่น ราคา 135บ. 
รวมแล้ว 220บ. 
รวมยอดเก่า 320+220 = 540บ.




4 จุดกางเต๊น ไปรษณีย์เขาค้อ

ซึ่งต้องขอบอกก่อนว่าตอนแรกไม่คิดว่าจะได้เห็นทะเลหมอกเลย เพราะเมื่อคืนท้องฟ้าโปร่งมาก และกลางวันมีอากาศร้อน ไม่มีเมฆสักนิด แต่พอตื่นขึ้นมากลับเป็นความรู้สึกที่ประทับใจอย่างบอกไม่ถูก ทะเลหมอกออกมาให้เห็นเยอะมาก ขอแค่นี้ก็คุ้มกับทริปนี้แล้ว

บรรยากาศดีมาก เกินคำบรรยายจริงๆ
ที่นี่มืด จนทำให้เห็นดาวเต็มท้องฟ้าเลยทีเดียว




5.อนุสาวรีย์สถานผู้เสียสละ

อนุสาวรีย์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่บนยอดเขา โดดเด่นด้วยแท่งหินอ่อนรูปทรง

-รูปทรางสามเหลี่ยม หมายถึงการปฏิบัติการร่วมกันระหว่าง พลเรือน ตำรวจ และทหาร
– ฐานอนุสรณ์สถานกว้าง 11 เมตร หมายถึง พ.ศ.2511 อันเป็นปีเริ่มการปฏิบัติการรุนแรงของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ในพื้นที่นี้
– ความสูงจากแท่นบูชาถึงยอดอนุสรณ์สถาน 24 เมตร หมายถึงพ.ศ. 2524 อันเป็นปีที่เปิดยุทธการครั้งใหญ่
– ความสูงจากฐานถึงยอดอนุสรณ์สถาน 25 เมตร หมายถึงปี 2525 อันเป็นปีสิ้นสุดการต่อสู้ด้วยอาวุธ
-ความกว้างฐานสามเหลี่ยมด้านละ 2.6 เมตร หมายถึงปี 2526 อันเป็นปีเริ่มการก่อสร้างอนุสรณ์สถานผู้เสียสละแห่งนี้

อนุสรณ์ สถานแห่งนี้ พลเอก อาทิตย์ กำลังเอก ผู้อำนวยการป้องกันการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ทั่วไป ได้มาทำพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อ วันที่ 17 กันยายน 2526 โดยสร้างขึ้นด้วยเงินบริจาค ของประชาชนและข้าราชการทุกฝ่าย 
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ ได้เสด็จฯ มาเป็นองค์ประธานเปิดอนุสรณ์สถานแห่งนี้ เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2527 เพื่อเตือนใจคนไทยทั้งชาติว่า “ยามใดที่คนไทยขัดแย้งกัน จะต้องมีการสูญเสียอย่างผู้กล้าหาญ 1,171 ชีวิต ที่จารึกไว้กับองค์อนุสรณ์ จงอย่าให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก” ทางจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้กำหนดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ของทุกปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527 เป็นต้นมา ให้เป็นวันสมโภช อนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อแห่งนี้

นอกจากนี้บริเวณด้านข้างของอนุสรณ์ฯ เป็นฐานจำลองการสู้รบ ที่เป็นเนินเตี้ยๆ มีหลุมหลบภัย มีกระสอบทรายบังเกอร์ ซึ่งในอดีตที่แห่งนี้เป็นฐานแห่งแรกที่ทหารไทยยึดคืนมาได้จากการสู้รบกับ พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) นอกจากนี้ บริเวณอนุสรณ์สถาน ยังเป็นจุดชมวิวที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งบนเขาค้อ เนื่องจากตั้งอยู่บนส่วนที่สูงที่สุด สามารถมองเห็นทัศนียภาพของเนินเขาลูกเล็ก ลูกน้อย ไล่เลียงกันเป็นทะเลภู แลในเช้าวันที่มีทะเลหมอกด้านล่าง ยังสามารถชมทะเลหมอกได้จากจุดชมวิวนี้ได้ด้วย

Cr. www.khaoko.com

อนุสาวรีย์สถานผู้เสียสละ… เขาค้อ…




7.พระตำหนักเขาค้อ

พระตำหนักเขาค้อ เป็นจุดสูงสุดของเขาค้อ สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1,050 เมตร เมื่อยืนอยู่บริเวณพระตำหนัก จะมองเห็นทัศนียภาพสวยงามมาก เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ มาทรงทำการเปิดอนุสรณ์สถานผู้เสียสละเขาค้อ ได้ทรงปรารภว่า บริเวณเขาย่ามีพื้นที่สวยงามน่าจะจัดทำโครงการ อะไรสักอย่างหนึ่งเพื่ออนุรักษ์ป่า ดังนั้นพระตำหนักเขาค้อจึงได้สร้างขึ้นเมื่อเดือน กรกฎาคม 2527 จากความร่วมมือของหลาย ๆ ฝ่ายเพื่อนำขึ้นน้อมเกล้าฯ ถวายแด่องค์พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำหรับใช้ประทับแรมในโอกาสที่พระองค์ท่านเสด็จฯ มาทรงเยี่ยมงานในโครงการพระราชดำริ และทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่และจังหวัดใกล้เคียง พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จฯ มาทรงทำพิธีเปิด พระตำหนักเขาค้อ เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2528
ลักษณะตัวอาคารพระตำหนักเขาค้อ เป็นอาคารชั้นเดียวติดต่อกัน เป็นรูปครึ่งวงกลม มีอาคารบางส่วน สร้างเป็นสองชั้น ชั้นบนเป็นห้องบรรทมของประบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ชั้นล่างแบ่งเป็นด้านซ้ายและขวา ด้านซ้ายเป็นห้องพระราชทางเลี้ยง ห้องเสวย และห้องเข้าเฝ้าฯ ส่วนด้านขวาเป็นห้องบรรทมของพระบรมวงศานุวงศ์ใกล้กับพระตำหนักมีห้องพักของข้าราชบริพาร จำนวน 12 ห้อง สร้างเป็นรูปครึ่งวงกลมเช่นกัน


บริเวณรอบพระตำหนักจะปลูกดอกไม้สีสันสวยงามหลากหลายชนิดมีบ้านพักทหารม้า บริการให้นักท่องเที่ยวเช่าพัก จำนวน 2 เรือนแถว และนักท่องเที่ยวสามารถกางเต็นท์พักแรมบริเวณใกล้กับบ้านพักได้ แต่ต้องเตรียมเครื่องนอนไปให้พร้อม เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเป็นที่สูง ตอนกลางคืนอากาศหนาวเย็นมาก
นอกจากนี้ ยังมีเส้นทาง สำหรับปีนเขาย่า ขึ้นไปชมวิวทิวทัศน์ของ อำเภอเขาค้อ เห็นได้ระยะไกล ทางขึ้นอยู่ติดกับร้านค้าสวัสดิการ ระยะทางประมาณ 300 เมตร แต่ค่อนข้างชัน ใช้เวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมง สำหรับผู้ที่เดินพิชิตเขาย่าได้ จะมีใบประกาศเกียรติคุณมอบให้เป็นที่ระลึก
ชมได้เฉพาะภายนอกพระตำหนัก หากเป็นช่วงที่มีการเสด็จแปรพระราชฐาน ไม่อนุญาตให้เข้าชม
เปิดเวลา 06.00-18.00 น. ต้องแต่งกายสุภาพ


การเดินทาง เมื่อขับรถตามทางหลวงหมายเลข 2258 จะเห็นป้ายพระตำหนักเขาค้อ ให้เลี้ยวขึ้นไปพระตำหนักเขาค้อระยะทางประมาณ 3.5 กิโลเมตร ช่วงนี้เส้นทางขึ้นเขารถบัสไม่สามารถขึ้นได้ (รถตู้ขึ้นได้) ให้ขับรถอย่างระมัดระวัง และจะเจอทางแยกให้รถขึ้นและลงคนละทาง ให้ไปตามทางขึ้นจนถึงประตำหนัก การเดินทางใกล้ถึงพระตำหนักเขาค้อทางค่อนข้างชัน ขับรถต้องใช้ ความระมัดระวังมาก และรถที่ใช้ต้องมีสภาพดี เครื่องยนต์กำลังสูง

Cr. www.tourphetchabun.com

หลังจากชมวิวทิวทัศน์บนพระตำหนักเขาค้อและซื้อไอติมกินให้ชื่นใจในราคา10บ.แล้ว ก็ได้ออกเดินทางกลับกรุงเทพทันทีเลย โดยใช้เวลาทั้งสิ้นในการเดินทาง ก็ 6ชม.พอดี ถึงบ้านนอนกันให้หายเหนื่อยหลังจากการไปชาร์จพลังชีวิตมา เพื่อที่จะพร้อมจะสู้กับงานในวันรุ่งขึ้นอย่างเต็มที่ พร้อมที่จะรับมือกันทุกสถานการณ์เลยแล้วตอนนี้ ชีวิตได้เจออะไรใหม่ๆ ได้พบกับสิ่งใหม่ๆ ก็มั่นใจได้ว่าไม่ขาดทุนแล้ว สู้ต่อไปหากยังไม่ถึงเป้าหมาย ค้นหาเป้าหมายใหม่หากยังมีแรง ออกเดินทางหากยังมีฝัน ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามเพจ Long Journey เราจะ Long Together กัน

สรุปค่าใช้จ่าย 
วันที่1= 740บ.
วันที่2 
อาหารเช้ามีเต้าหู้ แซนวิส ข้าวผัดทะเลรวม70บ.
ข้าวเที่ยง100บ.
ไอติม10×2= 20บ. 
รวมค่าใช้จ่าย 930บ.
ค่าน้ำมัน 1400+930 = 2330บ. 
คนละ 1,115บ. จ้า 

ขอขอบคุณทุกๆท่านที่สละเวลามานั่งอ่านริวิวนะครับ ไว้พบกันใหม่ในทริปหน้าสวัสดีครับ…